[BONE]A Ghastly Windy Night

posted on 30 Apr 2014 23:25 by finnique in BONE

 

ผมนั่งอยู่ในห้องพักของพนักงาน ตาจับจ้องแผลที่โดนแก้วขวดยาบาดขณะที่เรือยังคงโคลงไปโคลงมา

 

…นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้เห็นเลือดของตัวเอง

 

กลิ่นคาวจางๆ สีแดงสด สัมผัสอุ่นๆของมันเวลาไหลผ่านซอกนิ้ว เลือดเป็นสิ่งที่ทำให้ผมใจเย็นลง

 

ถ้าทุกครั้งที่ในหัวว้าวุ่น ได้นอนแช่ในอ่างเลือดอุ่นๆบ้างคงดี

 

ผมยิ้มให้กับความคิดไร้สาระของตัวเอง รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้

 

ผมชอบเลือด ชอบเห็น ชอบสัมผัสมัน ตราบใดที่มันไม่ใช่เลือดของผม แต่เป็นเลือดของคนอื่น

 

เพราะผมเกลียดที่ต้องเห็นเลือดของตัวเอง เกลียดที่ต้องยอมรับว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่

 

ยังมีชีวิตอยู่และต้องทนใช้ชีวิตอยู่บนโลกเน่าเฟะใบนี้ในขณะที่ “หมอนั่น” กลับหนีเอาตัวรอดไปง่ายๆเพียงแค่แขวนคอตัวเองบนขื่อในห้องสมุดแล้วทิ้งจดหมายลาตายที่แสนไร้ค่าไว้ให้

 

…ขี้ขลาด ไร้ความรับผิดชอบ 

 

ผู้ชายโง่ๆที่ตายเพราะผู้หญิงโง่ๆคนหนึ่ง บางทีมันอาจจะสมควรแล้ว

 

ผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ทั้งๆที่ไม่อยากจะนึกถึงแต่ก็ปล่อยให้หน้าของผู้ชายคนนั้นลอยเข้ามาในหัว

 

เสียงกุกกักจากข้างนอกทำให้ผมเสียสมาธิ ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้ เปิดประตูห้องออกไปดูที่มาของเสียง

 

โถงทางเดินมืดและเย็นเยียบ ทั้งที่อยากกลับเข้าห้องไปแต่สองขากลับพาเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

 

เงาสลัวขยับไหววูบอยู่ที่สุดทางเดิน ใครคนหนึ่งยืนอยู่ในความมืด

 

โชคดีที่ยังพอมีแสงสลัวๆจากไฟบางดวงที่ยังไม่ถูกปิดไปทำให้ผมเห็นคนที่สุดทางเดินชัดขึ้น

 

ถ้าจำไม่ผิดเธอเองก็เป็นพนักงานคนหนึ่งบนเรือเช่นเดียวกันกับผม 

 

เมื่อพูดคุยกันไปสองสามประโยคผมจึงรู้ว่าเธอชื่อเรน

 

เธอออกมาตามหาต้นตอของเสียงปริศนาเช่นเดียวกันกับผม ปัญหาก็คือเธอข้อเท้าแพลงและคงเดินไปได้ไม่ไกลไปมากกว่านี้

 

ผมเสนอให้เธอกลับไปที่ห้องพักและให้ผมไปตามหาต้นตอเสียงคนเดียว แต่เธอกลับยืนกรานที่จะตามไปด้วย

 

ดื้อ

 

ผมลอบถอนหายใจ

 

 photo bottleneckcopy_zps472b83b7.png

 [FULL]

ถ้าข้อเท้าเจ็บจนเดินไม่ได้แบบนั้นก็ขี่หลังผมเถอะครับ

 

เพราะถ้ายังอืดอาดไปไหนไม่ได้แบบนี้ ผมจะทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียว

 

เธอทำหน้าไม่แน่ใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ปฏิเสธแล้วปีนขึ้นมาบนหลังผม

  

ผมยิ้มบางๆ

 

มันเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกันกับที่ผมใช้มาตลอดชีวิต 

 

รอยยิ้มที่จะหายไปทันทีเมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครมองอยู่

 

ขณะที่ปั้นยิ้ม ดวงตาของผมไม่ได้ละไปจากใบหน้าของเธอเลย

 

ใช่ เธอสวย ผมไม่ปฏิเสธว่าชอบมองของสวยๆงามๆ แต่น่าเสียดายที่ผู้หญิงไม่ได้อยู่ในรายการของที่นับว่าสวยงามสำหรับผม

 

เพราะสำหรับผม พวกหล่อนกลวงเปล่า และอะไรก็ตามที่กลวงเปล่าย่อมสวยเพียงแต่ภายนอก

 

เหตุผลเดียวที่ผมจ้องมองใบหน้าใครซักคนก็เพื่ออ่านสีหน้าเพื่อคาดเดาสิ่งที่กำลังคิดเท่านั้น

 

“ถ้าเกาะไม่แน่นแล้วร่วงลงไปก้นช้ำ ผมช่วยทำแผลให้ไม่ได้หรอกนะครับ” ผมพูดเสียงเรียบๆ เธอหน้าแดง

 

ก็แค่คำพูดชุ่ยๆสักแต่พูดไปเท่านั้น แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังหน้าแดงเพราะคำพูดนั่น

 

ทั้งๆที่ไม่ได้มีความใส่ใจอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็ดูไม่ออก

..ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้ 

 

ผมก้าวเดินต่อไปในโถงทางเดินมืดๆ

 

ในความมืดที่เธอมองไม่เห็น รอยยิ้มบนใบหน้าไม่จำเป็นอีกแล้ว

 

ผมเดินไปยังโถงอีกฝากที่เห็นแสงสว่างลอดออกมาจากห้องข้างหน้า

 

แล้วชายคนหนึ่งที่คุ้นหน้าดีก็ชะโงกหน้าออกมาจากห้อง ในมือมีมันฝรั่งที่ปอกค้างไว้ สีหน้าของเขาดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก

 

 photo Thomas_zps871a4aef.png

เขาคือโทมัส ผู้ชายน่ารำคาญคนนั้นที่ตรวจตั๋วของผมนั่นเอง

 

“เสียงเอะอะอะไรกัน” เขาว่า

 

หมอนี่ต้องมีปัญหาอะไรซักอย่างกับสมองไม่ก็หูแน่ๆ เพราะผมแน่ใจว่าทั้งผมและเรนไม่ได้ทำเสียงเอะอะที่เขาพูดถึงแน่นอน

 

ยังไม่ทันจะออกปากพูดอะไร สิ่งหนึ่งก็พุ่งออกมาจากความมืด ชนโทมัสจนล้มไป

 

เรนปีนลงจากหลังของผมไปช่วยพยุงเขาขึ้นมาทันที

 

“เป็นอะไรรึเปล่าคะ?” เธอถาม

 

“ขอบคุณ” เขากล่าวเบาๆด้วยทีท่าและสีหน้าที่ดูเหมือนจะเขินอาย 

 

ผมเหยียดยิ้มตรงมุมปาก โชคดีชะมัดที่ได้เห็นสีหน้าแบบนั้นของหมอนี่

 

ผมสาบานว่าภาพนั้นจะติดอยู่หลังเปลือกตาของผมทุกครั้งที่หลับตาแน่ๆ

 

โทมัสกลับไปปอกมันฝรั่งที่กองพะเนินอยู่รอบตัวต่อราวกับลืมไปแล้วว่าเขาเองก็กำลังตามหาต้นเสียงประหลาดอยู่เช่นกัน

 

เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไร หรือผมคงใจลอยไปชั่วขณะ ผมจึงไปช่วยโทมัสปอกมันฝรั่งด้วยอีกคน

 

ผมจับมีดอย่างคนชินมือ ปอกมันฝรั่งไปแล้วคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเงียบๆ

 

แล้วเรือก็โคลง ม้าตัวหนึ่งใช้จมูกดุนประตูแล้วทะยานเข้ามา

 

วินาทีนั้นมีดในมือก็บาดฉึบ

 

คมมีดกินเข้าไปในเนื้อตรงปลายนิ้วมือ เลือดสีแดงสดซึมออดมาทีละน้อยก่อนจะไหลทะลักออกมาจากปากแผล

 

ผมจิ๊ปากอย่างขัดใจ จับมีดผ่าตัดมาหลายปีแต่กลับโดนมีดปอกมันฝรั่งโง่ๆบาด น่าสมเพช

 

หยาดเลือดกลิ่นคาวหยดใส่มันฝรั่งที่ปอก โทมัสหันมามองผมกับมันฝรั่งเปื้อนเลือดที่คามืออยู่

 

แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรแต่สายตาไม่พอใจกับคิ้วสองข้างที่ขมวดเป็นปมของเขาตำหนิผมอยู่เงียบๆ

 

ทำไมคนอย่างผมต้องมานั่งปอกมันฝรั่งเพียงเพราะหมอนี่?

 

ผมวางมันฝรั่งเปื้อนเลือดที่ใช้ไม่ได้แล้วก่อนจะเอ่ยปากถาม

 

“มีอะไรที่ใช้ห้ามเลือดได้รึเปล่าครับ อย่างพวกผ้า...”

 

โทมัสเพียงโยนผ้าขี้ริ้วผืนเก่าๆผืนหนึ่งมาให้ผมโดยไม่หันมามองราวกับสิ่งเดียวที่เขาสนใจคือมันฝรั่งกองพะเนินตรงหน้า

 

…ผ้าขี้ริ้ว

 

ผมขมวดคิ้ว หมอนี่คิดจะกวนประสาทผมรึเปล่า

 

ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นและผมเองก็ไม่อยากใช้ผ้าขี้ริ้วที่มองยังไงก็ไม่ปลอดภัย ผมจึงใช้ชายแขนเสื้อซับเลือดพร้อมกับมองเจ้าม้าตัวนั้นที่โผล่เข้ามาไม่วางตา

 

ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงมีม้าบนเรือ แต่มันไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมที่ต้องดูแลม้าตัวนี้ มันความรับผิดชอบของหมอนั่นเต็มๆ

 

โทมัสลุกขึ้นเดินไปหาเจ้าม้าอย่างกล้าๆกลัวๆ ผมมองดูเขา ไม่คิดจะเข้าไปช่วย

 

แต่เรนเป็นคนดีกว่าผมมาก เธอเดินขากะเผลกเข้าไปช่วยโทมัสปลอบเจ้าม้าตัวนั้น

 

มือของเธอลูบบนหัวมันเบาๆ ดูเหมือนมันจะพอใจจนเผลอทำน้ำลายหยดติ๋งก่อนจะใช้จมูกดุนหัวโทมัส

 

..แล้วก็เคี้ยวผมสีฟางของเขาหยับๆราวกับนึกว่ามันเป็นฟางจริงๆ

 

น่าขันที่สุด

 

สีหน้าของคนตรวจตั๋วตอนนั้นน่าขันมากจนผมอยากระเบิดหัวเราะแต่ก็ต้องนิ่งไว้

 

วินาทีนั้นผมแทบอยากจะระเบิดหัวเราะออกไปดังๆ

 

เรนยื่นมันฝรั่งให้มัน เจ้าม้าไม่รีรอรีบคายผมสีฟางแล้วงับหัวมันฝรั่งเข้าปากในทันที

 

โทมัสได้แต่ยืนตะลึงงัน มองมันฝรั่งที่ตัวเองหวงนักหนาถูกม้างับไปต่อหน้าต่อตา ทว่าไม่นานนักเขาก็ทำใจกับการจากไปของมันฝรั่งได้

 

"ว่าแต่...เจ้านี่มาตรงนี้ได้ยังไงกันน่ะ?" เขาว่า 

 

"ผมขอฝากห้องนี้สักพักนะ ผมคงต้องพาเจ้าม้านี่ไปที่พื้นที่ดูแลสัตว์เลี้ยงก่อน ไม่รู้ว่าตรงนั้นเกิดปัญหาอะไรขึ้นรึเปล่า" 

 

เขาคว้าสายบังเหียนที่ห้อยต่องแต่งของม้า จูงมันออกไปให้พ้นประตูห้อง "พอผมกลับมาแล้วก็แยกย้ายกันพักผ่อนได้นะ"

 

แล้วเขาก็ออกไปจากห้อง ทิ้งให้ผมกับเรนอยู่ในห้องที่มีแต่มันฝรั่งเพียงสองคน

 

 

 

 

 

--------------

ปั่นกันจนวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียว..
--------------
 
edit:เพิ่งเห็นเอนทรี่ของคุณหมอเร็น
 
มันน่ารักมุ้งมิ้งมากแง แล้วดูดาร์คไซด์ของฉันเส่ะ มันรูทเดียวกันจริงเหรอวะฟฟฟฟฟฟ
 
/กราบไข่มุกผปคคุณหมอเรนอีกรอบ
 
ในเอนทรี่นี้คือความในใจของเบเนดิกต์ค่ะ ส่วนเอนทรี่ของไข่มุกอันนั้นคือสิ่งที่ทุกคนเห็นค่ะ /พราก
 
ใครมาเล่นรูทเดียวกับเบเนดิกต์ก็ระวังมันไว้นะคะ ระวังไว้ (......)
 
 

edit @ 1 May 2014 00:00:38 by ★☆FINNIQUE

Comment

Comment:

Tweet

เกลียดว่ะ เจอม้าเหมือนกันทำไมดูชีวิตนายราบรื่น
/ไม่นับเรื่องมีดบาด เพราะคาดว่าความรื่นรมย์ที่ได้มาคงถัวๆกันไปได้
อี๊ย์
หมั่นส้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย
สงสารคุณโทมัส 555555555555
สงสารยิ่งกว่าคือคุณเรนที่ตกหลุม(?)เบเนดิกต์ แง 55555

#3 By + v i i v i d : on 2014-05-05 21:43

โครตต่างมุมมอง666666666666
อ้า พี่ฝิ่นเขียนดีนะคะ 555 โอ้ย
รู้สึกเม้นท์ไม่ออกเลยทีเดียว แง5555

#2 By Kirasagi Nene on 2014-05-01 00:27

เรื่องราวน่าสนใจดีนี่ จะรอฟังเนื้อเรื่องต่อไป

#1 By Bottleneck on 2014-05-01 00:00

★☆FINNIQUE View my profile